ปศุสัตว์เขต 9

 
 dgBanjong2
นายสัตวแพทย์บรรจง จงรักษ์วัฒนา
ปศุสัตว์เขต 9
 
 

กิจกรรมของสำนักงานปศุสัตว์เขต 9

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จเปิดในงาน ของดีนราธิวาส ประจำปี 2562
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 เวลา 9.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมร...

ข่าวสารประชาสัมพันธ์

ความรู้เผยแพร่ด้านปศุสัตว์

ไอคอนลิงค์

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

ประกาศรับสมัครงาน

ประกาศรับสมัครงาน

ศูนย์วิจัยและพ้ฒนาการสัตวแพทย์
ภาคใต้ตอนล่าง จ.สงขลา

ตำแหน่ง...
- นักวิทยาศาสตร์
กลุ่มงานบริหารทั่วไป 1 ตำแหน่ง
- นักวิทยาศาสตร์การแพทย์
กลุ่มงานบริหารทั่วไป 1 ตำแหน่ง

-----------------------------------
ประกาศรับสมัครงาน
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะตำแหน่ง
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับ
การประเมินความรู้ความสามารถฯ

สถิติผู้เข้าชม

142775
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
227
362
2176
138707
3623
9990
142775

Your IP: 103.55.142.126
2021-06-12 18:38

กำลังออนไลน์

มี 47 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

เริ่มในยุค Neolithesage สุกรที่พบมีต้นกำเนิดมาจากสุกรป่ายุโรป มีชื่อวิทยาศาสตร์ Sus scrofa และสุกรที่พบในแถบเอเซียอินเดีย มีชื่อวิทยาศาสตร์ Sus Vittatus ชาติแรกที่ในมาเลี้ยงคือจีน เลี้ยงแบบปศุสัตว์เกือบ 5,000 ปี ก่อน คศ. 800 ปีก่อน ค.ศ. มีบันทึกว่าอังกฤษนำมาเลี้ยง แพร่ไปเขตอเมริกาโดยโคลัมบัส เข้าไปในช่วง ค.ศ. 1539 (ปีที่พบดินแดนใหม่)ไปสู่รัฐฟอริดา โดยชาวสเปนนำสุกรไปแพร่หลาย ไทยเริ่มเลี้ยงโดยชาวจีนที่อยู่ในไทย โดยเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารและอาชีพเสริม เป็นสุกรพันธุ์พื้นเมืองของชาวจีนและไทย เช่นพันธุ์ไหหลำ ที่นำมาจากต่างประเทศ คือ พ.ศ. 2461 พันธุ์ Large Black, Essex จากประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2482,2492 พันธุ์ Midle White,Berkshire และ Worth จากยุโรปและอเมริกา ฯลฯ การเริ่มต้นในการเลี้ยงสุกร
  • ความต้องการพื้นฐานของการเริ่มต้นเลี้ยงสุกร

- อาหาร (Foods) สุกรฝูงปิดมีความต้องการอาหาร 1.5 กิโลกรัม/ตัว/วัน เป็นค่าเฉลี่ยของสุกรทั้งฝูง การตั้งฟาร์มควรตั้งใกล้แหล่งที่ใกล้วัตถุดิบอาหารสัตว์ ใกล้แหล่งตลาดรับซื้อสัตว์ 
- น้ำ (Water) แหล่งของน้ำที่ดีต้องสะอาด ความต้องการน้ำในสุกรจะแตกต่างกัน สุกรที่โตเต็มวัยต้องการมาก น้ำมีอิทธิพลต่อสุกรมากในช่วงให้นมถ้าสุกรให้นมมากความต้องการน้ำจะเพิ่มขึ้น และสุกรก็ต้องใช้น้ำในการขับถ่ายด้วย 
- การคมนาคมและการตลาด (Transportation & Marketiong ) การคมนาคมขนส่งทำให้สุกรเสีย น้ำหนักตัวระหว่างการขนส่งเพราะอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างเคลียดและไม่ได้กินอาหารจึงทำให้นำอาหารที่สะสมอยู่มาใช้ 
- ทำเลที่ตั้ง(Location) แผนผังที่อยู่ในฟาร์มควรตั้งให้อยู่ไกลที่ชุมชน และต้องมองว่าต่อไปจะมีคนไปอยู่ดูแล การวางผังฟาร์มก็ควรคำนึงถึงสิ่งที่ก่อตั้งต่าง ๆ ภายใน เช่น โรงเรือน บ่อน้ำเสีย เพื่อให้ระบบระบายอากาศสะอาด 
- โรงเรือนและอุปกรณ์ (Hosting & Equion) ภายในโรงเรือนควรจัดให้เหมาะสมว่าสุกรประเภทใด จะจัดพื้นที่ให้เท่าไร สุกรแต่ละรุ่นต้องการพื้นที่ต่างกัน เช่น ซองสุกรขนาด 2 * 2 สามารถนำมาดัดแปลงเป็นซองคลอดได้ ซองอุ้มท้องกว้าง 60 ซม. ยาว 2 ม. พื้นที่สุกรเฉลี่ยประมาณ 1 ตารางเมตร/ตัว แต่ละซองจะต้องมีทางระบายของเสียเชื่อมระหว่างโรงเรือนซองคลอดควรอยู่ใกล้ซองอนุบาล โรงเรือนสุกรขุนควรอยู่ใกล้ประตูเข้า - ออก ที่พักอาศัยของเจ้าของและคนงานในฟาร์ม ที่อยู่ของคนงานควรอยู่ใกล้กับโรงเรือน

  • ผู้เลี้ยงสุกร ควรมีลักษณะดังนี้
    1)เป็นคนรักสัตว์
    2)มีความสามารถและตั้งใจที่จะเรียนรู้การเลี้ยงสุกร
    3) ควรเป็นคนที่ซื่อสัตว์(รายงานผลเกี่ยวกับฟาร์มตามจริง)
    4) เป็นคนขยัน เพราะการเลี้ยงสัตว์จะมีงานให้ทำต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา
    5) ผู้เลี้ยงสุกรที่ดีควรเป็นคนที่มองการไกลบ้าง
    6 )มีลักษณะที่ตรงต่อเวลาและต้องการผู้ดูแลตลอดเวลาสำหรับพ่อแม่พันธุ์
    7) ผู้เลี้ยงจะต้องเป็นคนประหยัด
    8) ผู้เลี้ยงจะต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของการเลี้ยงสุกรได้
    9) มีความเมตตาต่อสัตว์ มีความรู้ที่จะปฏิบัติต่อสัตว์เพื่อไม่ให้เกิดความเครียด
  • การศึกษาความเป็นไปได้ของการเริ่มต้นการเลี้ยงสุกร(Feasibility Study)จำเป็นต้องมีข้อมูลในการศึกษา
    1.ข้อมูลด้านการผลิตสุกร
    1.1ขนาดของคอกแรกเกิด(Litter Size At Birth) สุกรนาง(Sow) ให้ลูกประมาณ 10 ตัว และสุกรสาว(Gilt)
    ให้ลูกประมาณ 9 ตัว 
    1.2 อัตราตายแรกเกิด(Stillborn Pigs) 6 %
    1.3 อัตราการตาย (Mortallity) ก่อนหย่านม 10 %, หลังหย่านม 4 % และสุกรสาว สุกรนาง และพ่อสุกร 5 % 
    1.4 อัตราการคัดทิ้ง สุกรสาวทดแทน 10 - 15 %, สุกรนางทุก ๆ ครั้งของการให้ลูก 15 - 20 % 
    และพ่อสุกรทุก ๆ  ปี 30 % 
    1.5 อายุเมื่อหย่านม 28 - 35 วัน
    1.6 ช่วงหลังหย่านมจนถึงการผสมติด 20 - 26 วัน
    1.7 ช่วงการให้ลูกแต่ละครั้ง 162 วัน
    1.8 ระยะเวลาท้อง 114 วัน
    1.9 อัตราการผสมติด 80 %
    1.10 ดัชนีการให้ลูก 2.08 - 2.25 (ขึ้นอยู่กับว่าแม่สุกรให้ลูกได้กี่ครั้ง)
    1.11 ช่วงชีวิตการให้ลูกของแม่สุกร 4 - 5 ครั้ง
    1.12 สัดส่วน พ่อสุกร : แม่สุกร 1 : 20 - 30

2.อัตราการกินอาหารคำนวณได้จาก
2.1 การกินอาหารของสุกรแต่ละตัวตามอายุของสุกรดังนี้

อายุ (เดือน)
ปริมาณที่กินต่อวัน(ก.ก.)
น้ำหนักตัวสุกร(ก.ก.)
1
0.20
6.5
2
0.50
18
3
0.85
35
4
1.30
55
5
1.80
75
6
2.30
90
7
2.80
110

สุกรพ่อแม่พันธุ์และสุกรสาวทดแทนกินอาหารวันละ 3 กิโลกรัม 2.1คำนวณจากจำนวนสุกรทั้งหมดภายในฟาร์มฝูงปิดโดยคิดเฉลี่ยสุกรทุกตัวในฟาร์ม ทั้งลูกสุกร สุกรเลิก ถึงที่ส่งตลาด สุกรพ่อแม่พันธุ์กินอาหารวันละ 1.5 กก. (น.น.สุกรขนส่งตลาด 90 กก. )ในกรณีที่สุกรขนส่งตลาดน้ำหนักตัวต่ำกว่า 90 กก. ปริมาณอาหารของสุกรทุกตัวภายในฟาร์มจะต่ำหว่าวันละ 1.5 กก.(ใช้ได้เมื่อการผลิตสุกรสม่ำเสมอ)

3.แรงงาน คำนวณได้ขึ้นอยู่กับสภาพของท้องถิ่นต่าง ๆ และขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรม(เป็นเกษตรกรรม,โรงงาน) 
รายได้ของแต่ละท้องที่ไม่เท่ากัน 
4. ค่าน้ำ ค่าเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า เปลี่ยนแปลงไปตามท้องถิ่นหรือชุมชน 
5. ค่ายาและเวชภัณฑ์ ประมาณ 5 - 6 % ของต้นทุนค่าอาหาร 
6.ค่าโรงเรือนและอุปกรณ์การเลี้ยง ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจ ประมาณ 1 หน่วย ต่อต้นทุนการผลิตต่อตัว 
7. ค่าเบ็ดเตล็ด ประมาณ 10 %ของต้นทุนทั้งหมด

 

สายพันธุ์ของสุกร

พันธุ์สุกรทางการค้า
1) Hypor เป็นลูกผสมทางการค้า ผสมประมาณ 4 - 5 สายพันธุ์ CP นำเข้า
2) Seqhers มีลักษณะ ช่วงลำตัวยาวกว่า Hypor รวมจากสายพันธุ์ต่าง ๆ CP นำเข้า 
3) Babcock 

สุกรพื้นเมืองในไทย จะเรียกชื่อตามที่อยู่ มีขนาดเล็ก เติบโตช้า หลังแอ่น พุงหย่อน หนังหนา ตะโพกเล็ก อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อต่ำ 
1) พันธุ์ไหหลำ เป็นพันธุ์ที่ดีที่สุดในสุกรพันธุ์พื้นเมือง ขนาดหัวใหญ่ปานกลาง คางหย่อน ไหล่กว้าง พุงหย่อน หลังแอ่น ให้ลูกดก เลี้ยงลูกเก่ง ตัวผู้หนัก ประมาณ 120 - 150 กก. ตัวเมียหนักประมาณ 90 - 110 กก. เลี้ยงในภาคกลางและภาคใต้
2)พันธุ์ควาย เลี้ยงมากตามภาคเหนือ สีคล้ายพันธุ์ไหหลำ หน้าผากมีรอยย่นใบหูใหญ่ปรก(ตกปลาย)ปลายหูเล็ก พุงหย่อน หลังแอ่น ขนาดเล็กกว่าพันธุ์ไหหลำ ตามีวงแหวนสีขาวรอยดวงตา เติบโตช้า 
3) หมูกระโดนหรือหมูราด คล้ายกับพันธุ์ Berkshire ตัวสั้น ป้อม ใบหูเล็กตั้งตรง ว่องไว ปราดเปรียว หากินในป่าเก่ง กระดูกเล็ก เนื้อแน่น 
4) พันธุ์พวง ขนแข็ง ผิวหนังหยาบ คางใหญ่ ไหล่กว้าง ตะโพกเล็ก หลังแอ่น พุงหย่อน

สุกรแบ่งตามการให้เนื้อออกเป็น 3 ประเภทได้แก่

1) Meat Type ให้เนื้อ เนื้อแดงมากไขมันน้อย ลักษณะเด่น คือคุณภาพซาก เช่น Duroc,Berkshire 
2) Lard Type ให้ไขมัน ได้แก่จำพวกสุกรพันธุ์พื้นเมืองต่าง ๆ 
3) Bacon Type ให้เนื้อเบคอน (เนื้อ 3 ชั้น) เนื้อบริเวณท้อง เช่น Large White ,Landrace

1)Large White(พันธุ์ลาร์จไวท์) เกิดจาการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์ Lechester (ไลเคศเตอร์) กับสุกรพันธุ์ Yerkshire (ยอร์คชายร์)เป็นสุกรดั้งเดิมในเมืองยอร์คชายร์ นำเข้าไปที่อเมริกา แคนนาดา ในคตวรรษที่ 19 ลักษณะ ขนและหนังสีขาวตลอดลำตัว บางตัวอาจจะมีจุดสีดำปรากฏที่ผิวหนังบ้าง จมูกยาว หูตั้ง หัวโต ลำตัวยาว แคบลึก ไหล่โต แต่สะโพกไม่โตเห็นเด่นชัดนัก(ตัวผู้โตเต็มที่ 250 - 300 กก. ตัวเมีย 150 - 220 กก.)เจริญเติบโตเร็ว ลูกดก เลี้ยงลูกเก่ง 
2)Landrace (พันธุ์แลนด์เรซ) กำเนิดที่ประเทศเดนมาร์กต้นกำเนิดคือ Large White กับพันธุ์ดั้งเดิมของเดนมาร์ก จึงตั้งชื่อว่า Damish Landraace ปรับปรุงโดยเน้นให้สุกรมีเนื้อ 3 ชั้นสวย อเมริกานำเข้าประเทศศตวรรษที่ 19 โดยผสมกับพันธุ์ Poland China ลักษณะ จมูกยาว หัวเรียวเล็ก หูปรกใหญ่ลำตัวยาว จำนวนซี่โครงประมาณ 14 - 17 คู่ หนาลึก ไหล่กว้างหนา ขาสั้น กระดูกเท้าอ่อนกว่าพันธุ์อื่น ให้ลูกดก เลี้ยงลูกเก่ง ให้นมมาก เติบโตเร็ว 
3) Doroc Jersey (ดูร็อคเจอร์ซี่) อยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกา สีแดง บางที่ว่าสีแดงเกิดจากการผสมพันธุ์ ระหว่าง พันธุ์ Tamwoth เป็นลูกผสมของ Jersey Red ผสมกับพันธุ์ Doroc ลักษณะ สีแดงล้วนในปัจจุบันมีสีตั้งแต่ น้ำตาลฟางข้าวถึงน้ำตาลแดงเข้ม แข็งแรง บึกบึน เลี้ยงลูกเก่ง หน้าหักเล็กน้อย โคนหูตั้งปลายหูปรกเล็กน้อย หูใหญ่ปานกลาง ให้เนื้อดี เหมาะใช้เป็นสายพ่อพันธุ์ 
4) Cherter White (เชสเตอร์ไวท์) เป็นสุกรเมืองเชสเตอร์ ผสมจาก Large White กับ Lincollnshire(จาก 3 สายพันธุ์) ลักษณะ สุกรขาวแต่อาจมีจุดดำ รูปหน้าเล็กสวยงาม หน้าตรงยาวปานกลาง หูปรก ตาโต ตะโพกอวบนูน ลูกดก เลี้ยงลูกเก่ง แต่มีข้อเสียคือไม่ทนต่อสภาพแดด 
5) Berckshire (เบอร์กเชียร์) ต้นกำเนิดอยู่ที่เมืองเบอร์กเชียร์ตอนใต้ของอังกฤษ เป็นลูกผสมระหว่าง สุกรอังกฤษ จีน และไทย สีดำ มีสีขาวอยู่ 6 แห่ง คือ หน้าผาก ปลายหาง เท้าทั้ง 4 จมูกสั้น หน้าหัก หน้าผากกว้าง หูเล็กตั้งตรงแต่อายุมากหูจะปรกไปด้านหน้าเล็กน้อย คางใหญ่ย้อยมาถึงลำคอเป็นสุกรขนาดกลางตะโพกใหญ่ บึกบึน ใช้เป็นสุกรสายพ่อพันธุ์ ให้เนื้อมาก 
6) Poland China (โปแลนด์ไชน่า) ถิ่นกำเนิดอยู่ที่อเมริกาเป็นพันธุ์ที่ผสมมาจากสุกรรัฐเซีย จีน อังกฤษ ชาวโปแลนด์เลี้ยงจึงขึ้นต้นด้วย Poland แต่สายพันธุ์มาจาก China ลักษณะ สีดำ มีจุดขาว 6 แห่ง 4 แห่งที่เท้า และอีก 2 แห่งที่จมูกและหน้าผาก หน้าผากยาวปานกลาง ลำตัวยาว ลึก หลังกว้าง ให้เนื้อดี หน้าหักเล็กน้อย หูปรก
7) Spotted Poland China เกิดจากการผสมระหว่างสุกรจีนกับ Poland China จะมีสีดำ : ขาว สีขาวที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ได้รวมสีขาวที่เท้า 
8) Hamshire (แฮมเชียร์) อยู่ตอนใต้ของอังกฤษ มีแถบขาวพาดที่ไหล่ ผสมระหว่างพันธุ์ที่มีสีขาวพาดที่อกกับพันธุ์ของอังกฤษ(Exxes) ลักษณะหน้ายาว หูตั้ง สีดำ ให้ลูกดก แข็งแรง สุกรให้เนื้อ มีความคงทนต่อดินฟ้าอากาศและเชื้อโรค แต่มักเป็นโรคโพรงจมูกอักเสบง่าย 
9) Pietrain มาจากเบลเยี่ยม ลำตัวขาว ตะโพกสวย และจะมีกล้ามเนื้อที่ไหล่และตะโพก ที่มีการพัฒนามีลักษณะซากที่ดีกว่าพันธุ์อื่น แต่การเติบโตช้า อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อไม่ดี