ปศุสัตว์เขต 9

 
 dgBanjong2
นายสัตวแพทย์บรรจง จงรักษ์วัฒนา
ปศุสัตว์เขต 9
 
 

กิจกรรมของสำนักงานปศุสัตว์เขต 9

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จเปิดในงาน ของดีนราธิวาส ประจำปี 2562
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 เวลา 9.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมร...

ข่าวสารประชาสัมพันธ์

ความรู้เผยแพร่ด้านปศุสัตว์

ไอคอนลิงค์

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

 

สถิติผู้เข้าชม

021385
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
134
76
806
19790
515
3621
21385

Your IP: 103.55.142.128
2020-04-05 22:48

กำลังออนไลน์

มี 58 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

pig56

               การเลี้ยงหมูไม่ให้มีกลิ่นเหม็น นั้น มีหลายวิธีถ้าเป็นฟาร์มขนาดเล็ก คือเลี้ยงหมูไม่มาก จะนิยมใช้จุลินทรีย์บางชนิด ที่เราเรียกว่า น้ำหมักชีวภาพหรือ หรือน้ำEMน้ำ EM เป็นจุลินทรีที่มีประโยชน์ ต่อฟาร์มปศุสัตว์เป็นอย่างมาก ช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็น โดยนำน้ำ EM มาผสมน้ำแล้วราดลงไปบนมูลสัตว์จะช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นได้ นอกจากนี้ยังนำน้ำ EMมาผสมน้ำแล้วให้สัตว์เลี้ยงกิน เพื่อสัตว์กินอาหารได้ดีและอัตราการเจริญเติบโตของสัตว์ก็จะดีขึ้นด้วย   น้ำ EM  สามารถหาชื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ทางการเกษตร หรือถ้าต้องการที่จะลองทำเอง ก็ลองเข้าไปหาข้อมูลวิธีการทำ น้ำ Em ใน Internat แล้วลองทำดูก็ได้

  •                 วิธีการทำน้ำหมักชีวภาพ (อีกวิธีหนึ่ง)  น้ำหมักชีวภาพ ทำง่ายใช้ได้จริง
    น้ำหมักชีวภาพ หรือ น้ำสกัดชีวภาพ อีกทางเลือกของเกษตรกร สำหรับใช้ในการป้องกัน
    กำจัดศัตรูพืชโดยไม่ต้องใช้สารเคมี
    น้ำหมักชีวภาพ มี 2 ประเภท คือ 
                   1. น้ำหมักชีวภาพจากพืช ทำได้โดยการนำเศษพืชสด ผสมกันน้ำตาลทรายแดง หรือกากน้ำตาล อัตราส่วน
  • กากน้ำตาล 1  ส่วน พืชผัก 3 ส่วน หมักรวมกันในถังปิดฝา หมักทิ้งไว้ประมาณ 3-7 วัน เราจะได้ของเหลวข้น ๆ สีน้ำตาล
    ซึ่งเราเรียกว่า น้ำหมักชีวภาพจากพืช
                   2. น้ำหมักชีวภาพจากสัตว์ มีขั้นตอนทำคล้ายกับน้ำหมักจากพืช แตกต่างกันตรงวัตถุดิบจากสัตว์ เช่น หัวปลา
    ก้างปลา หอยเชอรี่ เป็นต้น
  •                เคล็ดลับในการทำน้ำหมักให้ได้ผลดี 
                   1 . ควรเลือกใช้เศษพืชผัก ผลไม้ หรือเศษอาหารที่ยังไม่บูดเน่า สับหรือบดให้เป็นชิ้นเล็ก ๆใส่ในภาชนะที่มีปากกว้าง เช่นถัง  พลาสติก หรือโอ่งหากมีน้ำหมักชีวภาพอยู่แล้วให้เทผสมลงไปแล้วลดปริมาณกากน้ำตาลลง ปิดฝาภาชนะทิ้งไว้จนได้เป็นน้ำหมักชีวภาพ จากนั้นกรอกใส่ขวดปิดฝาให้สนิท รอการใช้งานต่อไปค่ะ
                   2. ในระหว่างการหมัก ห้ามปิดฝาภาชนะจนแน่นสนิทเพราะอาจทำให้ระเบิดได้เนื่องจากระหว่างการหมักจะเกิดก๊าชต่าง ๆ ขึ้น เช่นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน เป็นต้น 
                   3.ไม่ควรเลือกพืชจำพวกเปลือกส้ม ใช้ทำน้ำหมัก เพราะมีน้ำมันที่ผิวเปลือกจะทำให้จุลินทรีย์ไม่ย่อยสลายการทำน้ำหมักชีวภาพ ไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องอาศัยเวลาและความอดทนที่สำคัญน้ำหมักชีวภาพไม่มีสูตรที่ตายตัว เราสามารถทดลองทำปรับเปลี่ยนวัตถุดิบให้เหมาะสมกับต้นไม้ของเราเพราะสภาพแวดล้อมแต่ละท้องถิ่นมีความแตกต่างกัน ต้นไม้แต่และถิ่นก็ต้องการการดูแลที่แตกต่างกันน้ำหมักชีวภาพจึงจำเป็นต้องมีความแตกต่างกันตามท้องถิ่น.